วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วิธีการทำแมโครในไมโครซอฟเวิร์ด
1. บนเมนู เครื่องมือ ในโปรแกรม Word ให้ชี้เมาส์ไปที่ แมโคร และคลิก บันทึกแมโครใหม่ เพื่อแสดงกล่องโต้ตอบ บันทึกแมโคร
กล่องโต้ตอบบันทึกแมโครใน Word
2. ในช่อง เก็บแมโครไว้ที่
3. ให้คลิก เอกสารทั้งหมด (Normal.dot)
4. คลิก ตกลง แถบเครื่องมือ การบันทึก จะปรากฏ

แถบเครื่องมือการบันทึกแมโครใน Word

5. พิมพ์ข้อความต่อไปนี้: Copyright XYZ Corporation. You may not modify, copy, or distribute any information contained in this document without our prior permission.
6. บนแถบเครื่องมือ การบันทึก ให้คลิก หยุดการบันทึก
7. เปิดเอกสาร Word ใหม่อีกเอกสารหนึ่ง และบนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้เมาส์ไปที่คำว่า แมโคร และคลิก แมโคร เพื่อแสดงกล่องโต้ตอบ แมโคร
กล่องโต้ตอบแมโครใน Word
8.ในรายการ แมโครใน ให้คลิก Normal.dot (แม่แบบส่วนรวม)
9. ในรายการ ชื่อแมโคร ให้คลิก InsertLegalTextและคลิก เรียกใช้ ข้อความที่คุณพิมพ์ในขั้นตอนที่ 5 จะปรากฏในเอกสารใหม่

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คำสั่งเบื้องต้น
ฟังก์ชั่น printf()
ฟังก์ชั้นนี้เราได้ทดลองใช้อย่างง่ายๆ มาแล้ว โดยใช้สำหรับแสดงข้อความหรือตัวแปร
ฟังก์ชั่น printf() มีชื่อเต็มว่า print format เป็นฟังชั่นใช้พิมพ์ข้อความต่างๆออกทางจอภาพโดยมีรูปแบบดังนี้
รูปแบบคำสั่ง printf

ตัวอย่าง
#include
#include
main()
{
int x,y;
x=5;
y=6;
printf("%d\n",x);
printf("%c\n",x);
printf("%d %d\n",x,y);
printf("%d\n"125);
printf("%c\n"125);
printf("The total is $ %6.2f\n",12.5);
printf("The total is $ %6.3f\n",12.5);
}
ฟังก์ชัน scanf()
ฟังก์ชั่นนี้จะตรงข้ามกับฟังก์ชั่น printf() โดยจะใช้อ่านค่าจากการกดป้นพิมพ์ที่อยู่ในรูป
รหัส ASCII ไปเก็บในตัวแปรที่กำหนด และสามารถใช้เป็นรหัสควบคุมหรือ Control string
ระบุชนิดของข้อมูลที่จะเก็บในตัวแปรได้
รูปแบบคำสั่ง scanf()

ตัวอย่าง
#include
#include
main
{
int feet,inches;
printf("Enter number of feet");
scanf("%d",&feet);
inches = feet*12;
printf("%d inches ",inches);
}
ฟังก์ชัน getchar()
getchar() รับข้อมูลตัวอักขระหนึ่งตัวเมื่อป้อนข้อมูลแล้วต้องกด
รูปแบบคำสั่ง getchar()

เมื่อโปรแกรมทำงานถึงคำสั่งนี้จะหยุดเพื่อให้ป้อนตัวอักษร 1 ตัว หลังจากนั้นกด Enter ตัวอักษรที่ป้อนจะถูกเก็บไว้ในตัวแปร ch ซึ่งเป็นชนิดตัวอักษรและเคอร์เซอร์จะขึ้นบรรทัดใหม่ ฟังก์ชัน getchar() กำหนดในไฟล์ stdio.h เช่นเดียวกับฟังก์ชัน scanf()
ตัวอย่าง
#include
#include
main()
{
int number1,number2;
printf("please input number1:");
scanf("%d",&number1:);
printf("please input number2:");
scanf("%d",&number2:);
printf("%d+%d=%d",number1,number2,number1+number2);
getchar();
getchar();
}
ฟังก์ชัน getch( )
เป็นฟังก์ชันที่ใช้รับข้อมูลเพียง 1 ตัวอักขระเหมือนกับฟังก์ชัน getchar( ) แตกต่างกันตรงที่เมื่อใช้ฟังก์ชันนี้รับข้อมูล ข้อมูลที่ป้อนเข้าไปจะไม่ปรากฏให้เห็นบนจอภาพและไม่ต้องกดแป้น enter ตาม
รูปแบบคำสั่ง getch()

โดยที่ getch( ) คือ ฟังก์ชันที่ใช้รับข้อมูลเพียง 1 ตัวอักขระจากคีย์บอร์ด โดยฟังก์ชันนี้จะไม่มี argument ดังนั้นอาจจะใช้ getch(void) แทนคำว่า getch( ) ก็ได้ แต่นิยมใช้ getch( ) มากกว่า
char_var คือ ตัวแปรชนิด char ซึ่งจะเก็บข้อมูล 1 ตัวอักขระที่ป้อนผ่านทางคีย์บอร์ด
ฟังก์ชัน gets
ฟังก์ชัน gets() ใช้สำหรับข้อมูลชนิดสตริงก์หรือข้อความซึ่งป้อนทางแป้นพิมพ์
รูปแบบคำสั่ง gets()

เมื่อโปรแกรมทำงานถึงคำสั่งนี้จะหยุดเพื่อให้ป้อนข้อความ เมื่อป้อนเสร็จแล้วกด Enter ข้อความทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในอาร์เรย์สตริงก์ str โดย carriage return ( จากการกด Enter) จะแทนด้วยสตริงก์ศูนย์ดังได้กล่าว ฟังก์ชัน gets() จะทำให้เคอร์เซอร์ขึ้นบรรทัดใหม่หลังจากกด Enter และกำหนดในไฟล์ stdio.h
ตัวอย่าง
#include
main()
{
char message[50];
printf(“ Enter a message(less than 49 characters)\n”);
gets(message);
printf(“ The message you entered is %s\n”,message);
}
ผลลัพธ์
Enter a message(less than 49 characters)
Kiss and say good-bye
The message you entered is Kiss and say good-bye

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ประวัติภาษาซี

ภาษาซีเป็นภาษาที่ถือว่าเป็นทั้งภาษาระดับสูงและระดับต่ำ ถูกพัฒนาโดยเดนนิส ริดชี (Dennis ritche) แห่งห้องทดลองเบลล์ (Bell laboratories) ที่เมอร์รีฮิล มลรัฐนิวเจอร์ซี่ โดยเดนนิสได้ใช้หลักการของภาษา บีซีพีแอล (BCPL : Basic Combine Programming Language) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเคน ทอมสัน (Ken tomson) การออกแบบและพัฒนาภาษาซีของเดนนิส ริดชี มีจุดมุ่งหมายให้เป็นภาษาสำหรับใช้เขียนโปรแกรมปฏิบัติการระบบยูนิกซ์ และได้ตั้งชื่อว่า ซี (C) เพราะเห็นว่า ซี (C) เป็นตัวอักษรต่อจากบี (B) ของภาษา BCPL ภาษาซีถือว่าเป็นภาษาระดับสูงและภาษาระดับต่ำ ทั้งนี้เพราะ ภาษาซีมีวิธีใช้ข้อมูลและมีโครงสร้างการควบคุมการทำงานของโปรแกรมเป็นอย่างเดียวกับภาษาของโปรแกรมระดับสูงอื่นๆ จึงถือว่าเป็นภาษาระดับสูง ในด้านที่ถือว่าภาษาซีเป็นภาษาระดับต่ำ เพราะภาษาซีมีวิธีการเข้าถึงในระดับต่ำที่สุดของฮาร์ดแวร์ ความสามารถทั้งสองด้านของภาษานี้เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ความสามารถระดับต่ำทำให้ภาษาซีสามารถใช้เฉพาะเครื่องได้ และความสามารถระดับสูง ทำให้ภาษาซีเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์ ภาษาซีสามารถสร้างรหัสภาษาเครื่องซึ่งตรงกับชนิดของข้อมูลนั้นได้เอง ทำให้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาซีที่เขียนบนเครื่องหนึ่ง สามารถนำไปใช้กับอีกเครื่องหนึ่งได้ ประกอบกับการใช้พอยน์เตอร์ในภาษาซี นับได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร

ภาษาซีเป็นภาษาที่มีลักษณะเด่นพอสรุปได้ดังนี้

- เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีการพัฒนาขึ้นใช้งานเพื่อเป็นภาษามาตรฐานที่ไม่ขึ้นกับโปรแกรมจัดระบบงานและไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์

- เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่อาศัยหลักการที่เรียกว่า "โปรแกรมโครงสร้าง" จึงเป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมระบบ

- เป็นคอมไพเลอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ให้รหัสออบเจ็กต์สั้น ทำงานได้รวดเร็ว เหมาะกับงานที่ต้องการ ความรวดเร็วเป็นสำคัญ

- มีความคล่องตัวคล้ายภาษาแอสแซมบลี ภาษาซีสามารถเขียนแทนภาษาแอสแซมบลีได้ดี ค้นหาที่ผิดหรือ แก้โปรแกรมได้ง่าย ภาษาซีจึงเป็นภาษาระดับสูงที่ทำงานเหมือนภาษาระดับต่ำ

- มีความคล่องตัวที่จะประยุกต์เข้ากับงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี การพัฒนาโปรแกรม เช่น เวิร์ดโพรเซสซิ่ง สเปรดชีต ดาตาเบส ฯลฯ มักใช้ภาษาซีเป็นภาษาสำหรับการพัฒนา

- เป็นภาษาที่มีอยู่บนเกือบทุกโปรแกรมจัดระบบงาน มีในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 8 บิต ไปจนถึง 32 บิต เครื่องมินิคอมพิวเตอร์ และเมนเฟรม

- เป็นภาษาที่รวมข้อดีเด่นในเรื่องการพัฒนา จนทำให้ป็นภาษาที่มีผู้สนใจมากมายที่จะเรียนรู้หลักการของภาษา และวิธีการเขียนโปรแกรม ตลอดจนการพัฒนางานบนภาษานี้

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ นางสาวฐิถาพร เพาะผล
ชื่อเล่น กาว
กำลังศึกษาอยู่ที่ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี
ชั้น ปวช. 2/3 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
E - mail : Kaw
Kat83@gmail.com